จินตนาการ เป็นกระบวนการของความคิดซึ่งประสบการณ์ในอดีตถูกจัดเรียงใหม่เพื่อสร้างภาพจิตใหม่ ความจำธรรมดาไม่ใช่จินตนาการ ตัวอย่างเช่น บุคคลอาจจำเกมเทนนิสและความสุขในการชนะ หากความทรงจำนี้ถูกใช้เป็นสิ่งกระตุ้นเพื่อให้ตระหนักว่าเขาหรือเธอจะมีความสุขเพียงใดที่จะชนะการแข่งขันชิงแชมป์ บุคคลนั้นกำลังจินตนาการ
โดยทั่วไปแล้ว จินตนาการมีสองประเภท: เชิงรับและเชิงสร้างสรรค์ ผู้ที่ฝันกลางวันว่าจะชนะการแข่งขันเทนนิสกำลังประสบกับจินตนาการแบบพาสซีฟ อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้หน่วยความจำของเกมในอดีตเพื่อสร้างเทคนิคใหม่ๆ เพื่อการเล่นที่ประสบความสำเร็จ ผู้เล่นจะใช้จินตนาการที่สร้างสรรค์หรือสร้างสรรค์ ความฝันที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับมักจะอยู่เฉยๆ ในธรรมชาติ แต่บางคนมีความฝันที่นำไปสู่การแก้ปัญหาหรือการผลิตผลงานศิลปะ
เป็นไปได้ว่ามนุษย์ทุกคนมีความสามารถในการจินตนาการเชิงสร้างสรรค์บางประเภท พ่อครัวใช้จินตนาการดังกล่าวในการสร้างอาหารใหม่โดยผสมผสานส่วนผสมที่คุ้นเคยในรูปแบบใหม่ แต่จินตนาการเชิงสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ บทกวี หรือซิมโฟนีนั้นค่อนข้างหายาก
ประสบการณ์ที่จำได้อย่างมีสติไม่ใช่สิ่งเดียวที่ใช้ในการจินตนาการ ความทรงจำและอารมณ์ที่ไม่ได้สติรวมกันเป็นพลังอันทรงพลังในการสร้างแนวคิดใหม่ เนื่องจากบุคคลไม่ได้รับรู้ถึงพลังนี้เสมอไป ภาพหรือแนวคิดใหม่จึงอาจดูเหมือนเป็นแรงบันดาลใจจากแหล่งภายนอก
นักการศึกษาเชื่อว่าจินตนาการเชิงสร้างสรรค์สามารถกระตุ้นได้โดยการให้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าและมีความหมายแก่เด็กๆ ประสบการณ์เหล่านี้บางส่วนอาจมาจากหนังสือและกิจกรรมในห้องเรียน ประสบการณ์กระตุ้นอื่นๆ คือการเล่นที่สร้างสรรค์ งานที่เหมาะสม เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ สำนักงาน โรงงาน และนำทางไปตามถนนในเมืองหรือเส้นทางในชนบท
เด็กเล็กมักสับสนระหว่างความทรงจำของประสบการณ์จริงกับประสบการณ์ในจินตนาการ และเชื่อมโยงเหตุการณ์ในจินตนาการราวกับว่ามันเป็นข้อเท็จจริง เรื่องราวดังกล่าวไม่ถือเป็นเรื่องโกหก และเด็กปกติตั้งแต่อายุยังน้อยก็สามารถเข้าใจความแตกต่างระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการได้